Frontline Therapist Health 4 จุดของร่างกาย ลดจุดเสี่ยง จากการใช้งานเบาะรองนั่งสุขภาพ มีอะไรบ้าง

4 จุดของร่างกาย ลดจุดเสี่ยง จากการใช้งานเบาะรองนั่งสุขภาพ มีอะไรบ้าง

เบาะรองนั่งสุขภาพ อุปกรณ์เสริมเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เป็นที่นิยมถูกนำไปใช้งานติดกับเก้าอี้ เพราะการทำงานของชาวออฟฟิศ และผู้ขับขี่รถยนต์เป็นเวลานาน มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดสภาวะ Office syndrome  ได้ในอนาคต เราจึงจะพาไปทำความรู้จัก 4 จุดของร่างกาย ลดจุดเสี่ยง จากการใช้งานเบาะรองนั่งสุขภาพ มีจุดใดบ้าง 

ทำความเข้าใจกับหลักการทำงานของสรีรศาสตร์ 

สรีรศาสตร์คือ การศึกษาและทำความเข้าใจการทำงานของร่างกายมนุษย์ แต่ละส่วนทำหน้าที่อะไรบ้าง แบ่งออกเป็นหลายส่วน เช่น ระบบหายใจ ระบบกล้ามเนื้อ ระบบกระดูก ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบประสาท และส่วนอื่นๆ เป็นต้น สำหรับการทำงานที่มีการนั่งเป็นระยะเวลานาน 

4 จุดของร่างกาย ลดจุดเสี่ยง จากการใช้งานเบาะรองนั่งสุขภาพ มีส่วนใดบ้าง

1.ส่วนศีรษะ

เบาะรองนั่งสุขภาพ จะช่วยปรับบุคลิกภาพ ในส่วนศีรษะให้อยู่ในตำแหน่งถ้านั่งที่ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ เมื่อนั่งทำงานศีรษะ จะถูกปรับให้อยู่ในตำแหน่งตรงกับบริเวณก้นของเรา โดยทำมุมประมาณ 10-15 องศา ทำให้การทำงานของเราสามารถลดความตึงเครียดของร่างกายได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกันกับพื้นมากที่สุด 

2.ส่วนคอ

เบาะรองนั่งสุขภาพ จะช่วยปรับบุคลิกภาพ ในส่วนคอ อยู่ในระดับระนาบเดียวกันกับกระดูกสันหลัง ช่วยพยุงศีรษะได้ดีขึ้น ไม่เกิดการเอียงหรือโน้มไปด้านใดด้านหนึ่ง ช่วยลดการเกร็งให้กับกล้ามเนื้อส่วนหลังได้ดีขึ้น

3.ส่วนหลังและเอว

เบาะรองนั่งสุขภาพ จะช่วยปรับบุคลิกภาพ ในส่วนของหลังและเอว ระหว่างการทำงาน ช่วยให้บริเวณหลังถูกทิ้งชิดเข้ากับเก้าอี้ หลังและเอว ทำมุม 90 องศา ช่วยให้ลำตัวตรงไม่แอ่นหรือก้มไปข้างหน้า ช่วยลดการเกร็งหรือความเครียดของกล้ามเนื้อ มีส่วนช่วยลดอาการปวดเมื่อยล้าให้กับหลังและกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆได้เป็นอย่างดี

4. ส่วนก้นและก้นกบ

เบาะรองนั่งสุขภาพ ช่วยลดอาการเจ็บปวดในสวนก้นและก้นกบได้เป็นอย่างดี เพราะว่าเบาะรองนั่งสุขภาพจะทำหน้าที่ถ่ายน้ำหนักหรือแรงกดทับจากด้านบนลงสู่ก้นและก้นกบ ทำให้การรับน้ำหนักและแรงกดทับมีน้อยลง 

การนั่งทำงานนานเกิน 2 ชั่วโมงขึ้นไป จะทำให้ร่างกายมีความเครียดและสะสมแรงกดทับมากขึ้น ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อในส่วนต่างๆมีความเมื่อยล้า และทำให้มีอาการปวดเมื่อยมากยิ่งขึ้น เราสามารถเลือกใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับการนั่ง เบาะรองนั่งสุขภาพ อุปกรณ์เสริมติดเก้าอี้ ชีวิตนี้ไม่ติดเตียง เพราะว่าเบาะรองนั่งสุขภาพจะทำหน้าที่กระจายแรงกดทับ ลดอาการเมื่อยล้าให้กับร่างกาย และที่สำคัญลดอาการออฟฟิศซินโดรมในอนาคตได้เป็นอย่างดี 

Related Post

การบำบัดความคิดและพฤติกรรม

รู้จักกับ Cognitive Behavioral Therapy (CBT): หนึ่งในวิธีบำบัดที่ได้ผลดีที่สุดรู้จักกับ Cognitive Behavioral Therapy (CBT): หนึ่งในวิธีบำบัดที่ได้ผลดีที่สุด

ในบรรดาวิธีการบำบัดทางจิตเวชและการให้คำปรึกษาที่ได้รับการยอมรับและมีการวิจัยรองรับอย่างกว้างขวาง Cognitive Behavioral Therapy (CBT) หรือ การบำบัดความคิดและพฤติกรรม ถือเป็นหนึ่งในวิธีการที่ได้รับความนิยมสูงสุดและให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด CBT ไม่ได้เน้นการค้นหาบาดแผลในอดีต แต่เน้นการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน โดยมุ่งไปที่ความเชื่อมโยงระหว่างความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรม เพื่อให้ผู้รับการบำบัดสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบความคิดที่เป็นลบและนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นปัญหาได้จริง CBT คืออะไร? หลักการทำงานของวิธีบำบัดนี้ หัวใจสำคัญของ CBT อยู่ที่แนวคิดที่ว่า ความคิดของเรามีผลต่อความรู้สึกและพฤติกรรมของเรา ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตรง แต่เป็น การตีความ เหตุการณ์นั้นต่างหากที่ส่งผลต่ออารมณ์ของเรา ตัวอย่างเช่น: หากมีคนไม่ตอบข้อความของเรา (เหตุการณ์) คนสองคนอาจมีปฏิกิริยาต่างกัน:

โรคเครียด

โรคเครียด: ทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และหนทางสู่การเยียวยาโรคเครียด: ทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และหนทางสู่การเยียวยา

ในยุคที่การแข่งขันสูง การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และความกดดันจากรอบด้านดูเหมือนจะถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน “ความเครียด” ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของใครหลายคนไปแล้ว แต่เมื่อความเครียดสะสมเรื้อรังและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ร่างกาย และจิตใจ นั่นอาจไม่ใช่แค่ความเครียดธรรมดา แต่อาจเข้าข่าย “โรคเครียด” หรือภาวะความเครียดผิดปกติที่ต้องได้รับการดูแลอย่างจริงจัง การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และวิธีการรับมือที่ถูกต้อง จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันและเยียวยาโรคเครียด เพื่อให้เราสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพอีกครั้ง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเกี่ยวกับโรคเครียดในทุกมิติ ทำความเข้าใจ “โรคเครียด” คืออะไร? ก่อนอื่น ต้องแยกแยะระหว่าง “ความเครียด” (Stress) ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายต่อสถานการณ์ที่ท้าทายหรืออันตราย และ “โรคเครียด” (Chronic Stress

การดูแลสุขภาพจิต

บำบัดใจด้วยจิตบำบัด (Psychotherapy): เริ่มต้นอย่างไรให้ได้ผลบำบัดใจด้วยจิตบำบัด (Psychotherapy): เริ่มต้นอย่างไรให้ได้ผล

การดูแลสุขภาพจิตมีความสำคัญไม่แพ้สุขภาพกาย และเมื่อต้องเผชิญกับความเครียด ปัญหาในความสัมพันธ์ หรือความท้าทายทางอารมณ์ การเข้าสู่กระบวนการ จิตบำบัด (Psychotherapy) คือก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การเยียวยาและการเติบโตทางจิตใจ จิตบำบัดไม่ใช่แค่การ “นั่งคุย” แต่เป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่อาศัยความสัมพันธ์เชิงวิชาชีพระหว่างผู้รับบริการกับนักจิตบำบัด (Therapist) เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของตัวเองได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น หากคุณกำลังพิจารณาเริ่มต้นเส้นทางการบำบัดใจ บทความนี้จะแนะนำขั้นตอนและเทคนิคในการเริ่มต้นอย่างไรให้ได้ผลและคุ้มค่าที่สุด 1. ทำความเข้าใจประเภทของจิตบำบัด: เลือกเครื่องมือที่ใช่ จิตบำบัดมีหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีแนวทางและเป้าหมายที่แตกต่างกัน การรู้จักประเภทหลักๆ จะช่วยให้คุณสามารถเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับปัญหาและสไตล์ของคุณ เคล็ดลับ: หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและเป็นรูปธรรม มักแนะนำให้เริ่มต้นด้วย CBT แต่ถ้าคุณต้องการสำรวจรากเหง้าของปัญหาและทำความเข้าใจตนเองในระยะยาว การบำบัดแบบพลวัตอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า