โรคแพนิค (Panic Disorder) เป็นความผิดปกติทางความวิตกกังวลที่มีอาการ “ตื่นตระหนก” หรือเกิดอาการแพนิคแอทแทคเป็นระยะ ๆ โดยมักเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดและรุนแรง อาการเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกกลัวมากจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หากรู้เท่าทันและเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี สามารถควบคุมอาการและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตได้ดี
อาการของโรคแพนิคและลักษณะของแพนิคแอทแทค
อาการเฉียบพลันที่มักเกิดขึ้นในแพนิคแอทแทค
ในช่วงที่เกิดอาการแพนิคแอทแทค ผู้ป่วยมักมีอาการหลายอย่างพร้อมกัน เช่น
- หัวใจเต้นเร็วหรือรู้สึกใจสั่น
- หายใจขัด เหนื่อยหรือสำลัก
- เหงื่อออก ตัวสั่นหรือรู้สึกเย็นสั่น
- รู้สึกคลื่นไส้ ปวดท้อง หรือเวียนศีรษะ
- รู้สึกชา ร้อนวูบ หรือพิการชั่วคราวของร่างกาย
- รู้สึกไม่จริง (derealization) หรือตัวเองแปลกแยก (depersonalization)
- กลัวว่าจะเสียการควบคุม กลายเป็นบ้า หรือกลัวว่าจะตาย
อาการมักพีคภายใน 10 นาทีแต่ความกลัวและผลกระทบจากการระวังตัวอาจยาวนานกว่านั้น
แพนิคแอทแทค vs โรคแพนิค
แพนิคแอทแทคอาจเกิดเป็นครั้งคราวได้ในบริบทของความเครียดหรือโรคทางการแพทย์ แต่โรคแพนิคหมายถึงการมีอาการแพนิคแอทแทคซ้ำๆโดยไม่คาดคิด พร้อมกับความกังวลต่อการเกิดซ้ำหรือเปลี่ยนพฤติกรรมเพราะกลัวจะเกิดอาการ (เช่น หลีกเลี่ยงที่สาธารณะ)
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
- พันธุกรรม: มีแนวโน้มเกิดในคนที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรควิตกกังวล
- เคมีสมอง: ความไม่สมดุลของสารสื่อประสาท เช่น เซโรโทนินหรือนอร์อิพิเนฟริน
- ปัจจัยด้านบุคลิกภาพ: คนที่มีแนวโน้มวิตกกังวลสูงหรือรับความเครียดได้ต่ำเสี่ยงมากขึ้น
- เหตุการณ์กระทบจิตใจ: เหตุการณ์เครียดรุนแรง การสูญเสีย หรือประสบการณ์ทางกายที่รุนแรง
- ยาและสารเสพติด: คาเฟอีน ยาบางชนิด หรือการถอนจากสารบางอย่างอาจกระตุ้นให้เกิดอาการ
การวินิจฉัยและการตรวจร่างกาย
แพทย์จะซักประวัติ ตรวจอาการ และมักต้องแยกโรคที่มีอาการคล้ายกัน เช่น ปัญหาหัวใจ ต่อมไทรอยด์ หรือภาวะฮอร์โมนผิดปกติ อาจมีการตรวจเลือดหรือ ECG หากจำเป็น ตามแนวทางการวินิจฉัยจะต้องมีอาการแพนิคแอทแทคซ้ำและความกังวลเกี่ยวกับการเกิดซ้ำหรือการเปลี่ยนพฤติกรรมเกิดขึ้นอย่างน้อย 1 เดือน
การรักษาที่ได้ผลจริง
- การบำบัดพฤติกรรมทางความคิด (CBT): ถือว่าเป็นการรักษาหลัก มุ่งเปลี่ยนความคิดและการตอบสนองต่อความวิตกกังวล พร้อมฝึกเทคนิคการเผชิญหน้ากับอาการ
- ยา: ยาในกลุ่ม SSRI/SNRI มักใช้เป็นระยะกลาง-ยาว Benzodiazepines อาจใช้ระยะสั้นในช่วงอาการรุนแรง แต่ต้องระวังการพึ่งยา
- การฝึกเทคนิคผ่อนคลาย: ฝึกหายใจลึก เทคนิคการผ่อนคลายกล้ามเนื้อแบบก้าวหน้า และการกราวด์ดิง (grounding) เพื่อจัดการเมื่อเกิดอาการ
- การบำรุงสุขภาพทั่วไป: นอนเพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดคาเฟอีนและสารกระตุ้น งดสุราและยาเสพติด
วิธีรับมือเมื่อเกิดอาการแพนิคแอทแทคทันที
- หายใจช้า ๆ เข้าท้อง: หายใจ 4-6 ครั้งต่อนาที ช่วยลดอาการหายใจตื้น
- ใช้เทคนิคกราวด์ดิง: ยึดความรู้สึกกับสิ่งรอบตัว เช่น บอกชื่อวัตถุ 5 อย่างที่เห็น สัมผัสพื้นหรือวัตถุแข็ง
- อยู่กับคนที่เชื่อถือได้หรือโทรหาใครสักคนเพื่อรับการปลอบใจ
- เตือนตัวเองว่าอาการจะผ่านไปและไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตในทันที
เมื่อไรต้องขอความช่วยเหลือ
- หากอาการรบกวนการทำงานหรือชีวิตประจำวันอย่างมาก
- อาการเกิดซ้ำบ่อยและมีผลต่อความสามารถในการออกจากบ้านหรือสังคม
- มีความคิดทำร้ายตัวเองหรือคิดจะฆ่าตัวตาย ต้องขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที
โรคแพนิคเป็นภาวะที่รักษาได้ เมื่อได้รับการวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถลดอาการและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ การตระหนักรู้ เรียนรู้เทคนิคการรับมือ และขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุด
